web analytics

เล่นให้เป็นอัจฉริยะ

admin September 1, 2010 Comments Off


แม่บ้านคลับได้มีโอกาสอ่านหนังสือ มาเล่มหนึ่งนะคะ ของคุณหนูดีเป็นหนังสือที่เขียน ได้ดีมากๆค่ะ ชื่อว่า “เล่นให้เป็นอัจฉริยะ” เธอพูดเรื่องการเล่นอย่างสร้างสรรค์ของเด็กๆค่ะ ว่าการเล่นจริงแล้วไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลยนะคะ เพราะมีผลโดยตรงกับลูกน้อยของเราเลยค่ะ เพราะถือเป็นขบวนการเรียนรู้ที่สำคัญอย่างหนึ่งเลยกว่าได้

เด็กแต่ละวัยมีพัฒนาการที่แตกต่างกันค่ะ จึงเป็นการดีมากๆถ้าคุณพ่อคุณแม่จะรีบศึกษาถึงลำดับการพัฒนาของเจ้าตัวน้อยให้ทันก่อนที่จะผ่านพ้นช่วงสำคัญของพัฒนาการในแต่ละด้านไปอย่างน่าเสียดาย จะขอยกตัวอย่างตั้งแต่วัยหนึ่งขวบเป็นต้นไปเลยล่ะกันนะคะ สมองของเด็กจะเจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆตั้งแต่อยู่ในครรภ์นะคะ สมองจะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วง 0-6 ปี แรกของชีวิต ขบวนการที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง คือ การเจริญเติบโต และพัฒนาการ


พัฒนาการ  หมายถึง กระบวนการเปลี่ยนแปลงด้านวุฒิภาวะ (maturity) ของอวัยวะระบบต่างๆและตัวบุคคล ทำให้เพิ่ม ความสามารถของระบบและบุคคลให้ทำหน้าที่ต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ทำสิ่งที่ยากและซับซ้อนยิ่งขึ้นได้ ตลอดจนการเพิ่ม ทักษะใหม่และความสามารถในการปรับตัว ในภาวะใหม่ของบุคคลนั้น

พัฒนาการของเด็ก จะแบ่งออกเป็น 6 ด้านดังนี้
1 พัฒนาการด้านร่างกาย
2 พัฒนาการด้านการรับรู้
3 พัฒนาการด้านสติปัญญา
4 พัฒนาการด้านภาษา
5 พัฒนาการด้านอารมณ์
6 พัฒนาการด้านสังคม

อายุ 12-18 เดือน
เด็กหัดเดินและชอบสำรวจ ระยะนี้เด็กจะกระตือรือร้นที่จะสำรวจสิ่งแวดล้อมค้นหาสิ่งแปลกใหม่เด็กมัก จะใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าในการสำรวจตรวจตรา ดังนั้นควรระมัดระวังสิ่งที่เป็นอันตราย – ในวัยนี้เด็กจะทดสอบสิ่งต่างๆ และดูผลของการกระทำต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ถ้าพอใจเด็กจะโยนของเล่น ว่าจะตกลงมาอย่างไร ถ้าพอใจเด็กจะโยนซ้ำ ถ้าไม่พอใจเด็กจะหยุดหรือหาวิธีอื่นๆ บางครั้งเด็กจะกรีดร้องจะเอาของมาโยนอีก – เด็กเริ่มพูดได้ เป็นคำๆอย่างน้อย 10 คำ

อายุ 18-24 เดือน
- เด็กเรียนรู้ภาษาอย่างรวดเร็ว และจดจำคำศัพท์ได้ดี

อายุ 2-3 ปี
- เด็กเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น – เด็กรู้ว่าตนเองเป็นบุคคลหนึ่งที่แยกจากสภาพแวดล้อม ทำให้เด็กต้องการเป็นตัวของตัวเอง เด็กจะ พยายาม ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง เช่น จับช้อนตักอาหารเอง เด็กจึงมีพฤติกรรมต่อต้าน (Negativism) ชอบพูดว่า “ไม่” “ไม่เอา” “ไม่ทำ” เป็นต้น

อายุ 3-5 ปี
พัฒนาการด้านร่างกาย

เด็กบังคับกล้ามเนื้อได้ดีขึ้น เด็กชอบปีนป่ายเตะบอล รักลูกบอล ชอบเล่นในสนาม เด็กสามารถขี่ จักรยานสามล้อได้ พัฒนาการด้านสติปัญญา-
เด็กเชื่อว่าสิ่งของทุกอย่างมีชีวิติ (Animism) เด็กชอบเล่นสมมุติโดยจะเอาตุ๊กตาตามมาเล่นแล้วสมมุติ เป็นพ่อแม่ลูก แสดงท่าป้อนข้าวลูก อาบน้ำแต่งตัวให้ลูก แสดงเป็นเรื่องราวเหมือนว่าตุ๊กตาเป็นสิ่งมีชีวิต – เด็กเชื่อว่าทุกสิ่งในโลกมีจุดหมาย เด็กมักถามว่า “ทำไม” “ทำไมรถจึงวิ่ง” ฯลฯ เด็กจะเชื่อมโยงปรากฎการณ์ 2 อย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกันว่าเป็นเหตุและเป็นผลซึ่งกันและกัน

พัฒนาการด้านภาษา
พัฒนาอย่างรวดเร็ว เด็กชอบใช้คำถาม “นั่นอะไร” “นี่อะไร” “พ่อไปไหน” เด็กสามารถเข้าใจ คำสั่งง่ายๆได้ เด็กอายุ 4 ขวบชอบใช้คำถาม “ทำไม”

พัฒนาการด้านอารมณ์
เด็กเริ่มมีลักษณะอารมณ์แบบผู้ใหญ่ คือ โกรธ อิจฉา กังวล ก้าวร้าว พอใจ เป็นต้น เด็กจะแสดงความโกรธ ด้วยการกรีดร้อง ดิ้นกับพื้น หรือทำร้ายตัวเองแสดงความอิจฉาเมื่อมีน้องใหม่เวลาเล่นสนุกๆก็จะแสดง ความพอใจ แต่เมื่อได้ยินเสียงฟ้าร้องเด็กก็จะกลัว

พัฒนาการด้านสังคม
- เด็กสามารถช่วยเหลือตนเองได้ดีขึ้น อาบน้ำ แต่งตัว ใส่รองเท้าเอง บอกเวลาจะถ่ายได้ ถอดกางเกง เข้าห้องน้ำเอง และทำความสะอาดหลังขับถ่ายได้ – เด็กเรียนรู้ที่จะปฏิบัติตัว เพื่อให้สังคมยอมรับ ทำตัวให้เข้ากลุ่มได้ รู้จักให้ รับ รู้จักผ่อนปรน รู้จักแบ่งปัน เด็กเรียนรู้จากคำสอน คำอธิบายและการกระทำของพ่อแม่ เด็กรู้สึกละอายใจเมื่อทำผิด เด็กเริ่มรู้จักเห็นใจ ผู้อื่น เมื่อเห็นแม่เสียใจเด็กอาจเอาตุ๊กตามาปลอบ เป็นต้น

พ่อแม่ควรฝึกหัดและส่งเสริมให้เด็กวัยอนุบาลได้ช่วยเหลือตนเอง เช่น รับประทานอาหาร อาบน้ำ แต่งตัว การขับถ่าย เป็นต้น

เด็กอายุ 1-5 ปี อาจติดสิ่งของบางอย่าง เช่น ผ้าห่ม ตุ๊กตา เด็กจะนำสิ่งของเหล่านี้ติดตัวไปด้วยทุกแห่ง หรือเข้านอน ด้วยการนำมาอุ้ม กอด และถือไว้ ใช้สำหรับปลอบใจ ทำให้รู้นึกมั่นใจและสบายใจ โดยเฉพาะเวลาที่ต้องห่างจากแม่ เวลาไม่สบายหรือ เวลาเข้านอน เพื่อทดแทนความสัมพันธ์ที่ห่างเหิน และเด็กก็เริ่มไปมีความสัมพันธ์กับผู้อื่น สิ่งของเหล่านี้เรียกว่า Trasitional – object

การเลี้ยงดูที่เหมาะสมจะทำให้เด็กพัฒนาไปได้ดี ในขณะเดียวกัน สังคมก็จะคาดหวังเกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็กในแต่ละวัย ซึ่งเราเรียกว่า งานพัฒนาการ (Deelopmental task) ถ้าเด็กสามารถทำได้ตามขั้นตอนพัฒนาการเด็กจะยอมรับนับถือตนเอง ได้รับการยอมรับจากผู้อื่น และเด็กก็จะมีความสุขตามมา เมื่อเด็กมีความสุข เด็กจะมีกำลังใจ มีแรงจูงใจในการทำงานตามที่มุ่งหวัง และ สามารถทนต่อความขัดแย้งได้ดี ทำให้ประสบความสำเร็จตามมา ถ้าเด็กไม่สามารถทำได้ตามขึ้นตอนพัฒนาการ เด็กจะรู้สึกเป็นปมด้อย และจะทำงานในขั้นตอนพัฒนาการที่สูงขึ้นได้ยาก

แต่เด็กในสมัยนี้มักจะไม่ค่อยได้เล่นได้พัฒนาพัฒนาการตามวันซักเท่าไรนักนะคะ เพราะว่ามักจะเล่นแต่คอมพิวเตอร์กันซะส่วนมากค่ะ ซึ่งคุณหนูดีก็แนะนำนะคะว่าไม่ควรเลย เพราะแทนที่จะได้พัฒนาการด้านต่างๆแบบเต็มศักยภาพก็ได้แต่นั่งอยู่หน้าจอสี่เหลี่ยม คุณพ่อคุณแม่ต้องเอาใจใส่ค่ะ

เราควรปฎิบัติกับเค้าแบบเท่าเที่ยมค่ะ เหมือนว่าเค้าเป็นผู้ใหญ่คนนหนึ่งค่ะ คือพูดคำไหน็ควรเป็นคำนั้น เช่นถ้าทำข้อตกลงกันไว้ว่าถ้าผลการเรียนดีขึ้นจะพาไปเที่ยวพักผ่อนที่ทะเลกันทั้งครอบครัว พอเค้าทำได้ก็อย่าลืมนะคะ อย่าถือว่าเป็นคำพูดที่แค่พูดกับเด็ก เรากำลังฝึกเค้าให้เห็นความสำคัญกับการรักษาคำพูด เวลาที่เค้าแสดงความคิดเห็นเราก็ควรรับฟังเค้าค่ะ อย่าทำเป็นไม่สนใจนะคะ เวลาเค้าแสดงออกอะไรเราก็ต้องให้ความสนใจเค้าด้วยเช่นกันค่ะ ฝึกให้เค้ารู้ว่าเค้าคือคนสำคัญ ฝึกให้เค้ากล้าแสดงออกในหลายๆด้าน อย่างวิดีโออันนี้เอามาให้ดูกันสนุกๆค่ะ เป็นการกล้าแสดงออกของหนู(ไม่)น้อยคนหนึ่ง ขอขอบคุณที่ติดตามบทความที่ตั้งใจสร้างสรรค์เพื่อผู้หญิงมีคุณภาพและเพื่อทุกคนนะคะ

Comments are closed.